ทำไมญี่ปุ่นแพ้ตลาดซอฟต์แวร์โลก?
แม้ญี่ปุ่นจะเคยเป็นมหาอำนาจด้านฮาร์ดแวร์และเทคโนโลยี แต่ในยุค 1980s-1990s ตลาดซอฟต์แวร์โลกกลับถูกครองโดยสหรัฐอเมริกา สาเหตุสำคัญเกิดจาก โครงสร้างและวัฒนธรรมองค์กร ดังนี้:
- โครงสร้างธุรกิจ Keiretsu
- บริษัทญี่ปุ่นรวมกลุ่มและเกื้อกูลกันเอง
- การสร้างซอฟต์แวร์เน้น งานเฉพาะลูกค้ารายเดียว (Custom-made)
- ทำให้พลาดโอกาสสร้างซอฟต์แวร์แบบ Mass Market ที่ขายให้คนนับล้าน
- วัฒนธรรม Monozukuri
- ให้ความสำคัญกับการสร้างฮาร์ดแวร์ให้สมบูรณ์แบบ
- วิศวกรซอฟต์แวร์มักเป็นเพียงส่วนเสริม
- ซอฟต์แวร์ไม่ถูกมองเป็น ผลิตภัณฑ์หลัก
- ก้าวไม่ทันยุค PC และ Open Standard
- ญี่ปุ่นทุ่มเทสร้างระบบสั่งทำและภาษาคอมพิวเตอร์เฉพาะทาง
- โลกภายนอกเน้น Open Standard, อินเทอร์เน็ต, OS ที่ใช้งานร่วมกันได้
- ทำให้พลาดโอกาสตลาดซอฟต์แวร์ Mass Market
ข้อยกเว้นที่ยังชนะระดับโลก
- Embedded Software
- ซอฟต์แวร์ควบคุมเครื่องจักร, หุ่นยนต์, รถยนต์
- ญี่ปุ่นยังมีความเชี่ยวชาญและความเสถียรสูงสุด
- อุตสาหกรรมเกม
- Nintendo และ Sony สร้างซอฟต์แวร์ เป็นผลิตภัณฑ์ขายทั่วโลก
- แสดงให้เห็นว่า หากเปลี่ยนเป้าหมายจากงานสั่งทำรายเดียว เป็น Mass Product วิศวกรญี่ปุ่นสามารถแข่งขันได้
บทเรียนสำคัญ
- ความสามารถไม่ใช่ปัญหา: วิศวกรญี่ปุ่นเก่งระดับโลก
- โครงสร้างและวัฒนธรรมสำคัญ: Keiretsu + Monozukuri กดทับศักยภาพซอฟต์แวร์
- เปลี่ยนเป้าหมายเพื่อสร้าง Mass Market: ซอฟต์แวร์ต้องเป็นผลิตภัณฑ์ ไม่ใช่แค่บริการสำหรับลูกค้ารายเดียว
FAQ
Q1: ทำไมญี่ปุ่นถึงพลาดตลาดซอฟต์แวร์โลก?
A1: เนื่องจากโครงสร้าง Keiretsu และวัฒนธรรม Monozukuri ที่เน้นฮาร์ดแวร์ และมุ่งงานสั่งทำเฉพาะลูกค้ารายเดียว ทำให้พลาดโอกาสสร้างซอฟต์แวร์ Mass Market
Q2: ญี่ปุ่นยังทำซอฟต์แวร์ได้ดีในส่วนไหน?
A2: 1) Embedded Software เช่น ระบบควบคุมเครื่องจักรและหุ่นยนต์ 2) อุตสาหกรรมเกม เช่น Nintendo และ Sony
Q3: Open Standard สำคัญต่อความสำเร็จอย่างไร?
A3: การใช้มาตรฐานแบบเปิดช่วยให้ซอฟต์แวร์เข้าถึงผู้ใช้จำนวนมากและสามารถทำงานร่วมกับระบบอื่นได้ ทำให้บริษัทที่เชี่ยวชาญ Open Standard ครองตลาด