Kodak Case Study: Digital Disruption & Survival Strategy
- เหตุผลที่ Kodak พ่ายแพ้
- ติดกับดักความสำเร็จเดิม: ระบบนิเวศธุรกิจฟิล์มเต็มรูปแบบ ทำให้ผู้บริหารไม่กล้าลงทุนในกล้องดิจิทัล
- ปรับตัวช้า: การเปลี่ยนไปสู่ดิจิทัลทำเพียงเล็กน้อยและสายเกินไป
- ไม่ตามพฤติกรรมแชร์ภาพ: การเปลี่ยนพฤติกรรมผู้บริโภคเข้าสู่สมาร์ทโฟนและโซเชียลมีเดีย
- สถานการณ์ปัจจุบัน
- ธุรกิจพิมพ์ (Printing): รายได้หลักยังอยู่ราว 23,000 ล้านบาท มีบริการหลังการขายและตลาดเฉพาะ
- ธุรกิจใหม่จากความเชี่ยวชาญเดิม:
- Advance Material and Chemical – วัสดุและเคมีเฉพาะทาง เติบโต 17%
- Functional Printing – งานพิมพ์ฟังก์ชัน เช่น แผงวงจรและหน้าจอสัมผัส
- Pharma Input – วัตถุดิบสำหรับห้องแล็บและอุตสาหกรรมยา
- บทเรียนสำคัญ
- การเห็นอนาคตก่อนคนอื่นไม่รับประกันความอยู่รอด
- ของเก่าที่ยังทำเงินอาจกลายเป็นกรงขัง
- ใช้ธุรกิจเดิมเป็น “สะพาน” ขยายไปสู่ธุรกิจใหม่
บทสรุป
Kodak แสดงให้เห็นว่า นวัตกรรมไม่พอ หากไม่กล้าเปลี่ยนธุรกิจเก่าให้เป็นทุนสร้างใหม่ บริษัทที่ยังยึดติดกับรายได้เดิมอาจพลาดโอกาสในยุคที่โลกเปลี่ยนเร็ว การเอาตัวรอดคือการใช้สิ่งที่มีอยู่ต่อยอดสู่ตลาดใหม่อย่างชาญฉลาด
FAQ
Q1: Kodak ทำไมถึงพ่ายแพ้แม้คิดค้นกล้องดิจิทัล?
A1: เพราะติดกับดักธุรกิจฟิล์มเดิม ปรับตัวช้า และไม่ตามพฤติกรรมผู้บริโภคเข้าสู่สมาร์ทโฟนและโซเชียลมีเดีย
Q2: ปัจจุบัน Kodak ทำธุรกิจอะไรบ้าง?
A2: มีธุรกิจพิมพ์ (Printing) เป็นรายได้หลัก และขยายไปยัง Advance Material & Chemical, Functional Printing และ Pharma Input
Q3: บทเรียนสำคัญจาก Kodak คืออะไร?
A3: ใช้ธุรกิจเดิมเป็นสะพานต่อยอดธุรกิจใหม่ กล้าที่จะปรับตัวและไม่ยึดติดกับความสำเร็จเดิม