Hisense: จากโรงงานวิทยุเล็ก ๆ สู่ผู้ท้าชิงเบอร์ 1 ของโลก

ถ้าพูดถึงทีวี “แบรนด์ญี่ปุ่น” คนจะนึกถึงยุคทองของ Sony / Panasonic / Sharp
แต่วันนี้ “ทีมจีน” คือผู้เล่นที่ทำให้กระดานเกมเปลี่ยน

และหนึ่งในเคสที่น่าศึกษาที่สุดคือ Hisense
เพราะมันไม่ใช่เรื่อง “นวัตกรรมล้ำหน้า” แบบพลิกจักรวาล
แต่มันคือชัยชนะของ วิธีเล่นเกมธุรกิจ: ทำของดีพอ + ราคาถูกลง + เข้าใจตลาด + ขยายเร็วแบบมีทางลัด

Hisense เติบโตจากโรงงานเล็กสู่ผู้นำทีวีโลกได้ เพราะ 4 กลยุทธ์หลัก

  1. เริ่มจากฐานการผลิตและ “เรียนรู้เร็ว” — Hisense มีจุดกำเนิดจาก Qingdao No.2 Radio Factory (ก่อตั้งปี 1969) ผลิตวิทยุแบรนด์ “Red Lantern” ก่อนค่อยขยายสู่ทีวี.
  2. ชนะด้วย “ความคุ้มค่า” และการเจาะตลาดชนชั้นกลางทั่วโลก
  3. ใช้ “Localization” ปรับสินค้าให้เข้ากับเงื่อนไขท้องถิ่น (เช่น โครงสร้างไฟฟ้า/การใช้งานจริง)
  4. โตแบบก้าวกระโดดด้วย “ซื้อแบรนด์/ซื้อธุรกิจทางลัด” — ซื้อธุรกิจทีวี Toshiba/REGZA ปี 2017. และดีล Sharp America ปี 2015.
    ผลลัพธ์: ในญี่ปุ่นมีรายงานอ้าง Asahi Shimbun และบริษัทวิเคราะห์ตลาด BCN ระบุว่า Hisense Group (รวม REGZA) มีส่วนแบ่ง 41.1% ในปี 2024.

1) จุดเริ่มต้นที่ “เล็กจริง”: โรงงานวิทยุ Qingdao และแบรนด์ Red Lantern

Hisense เริ่มจาก Qingdao No. 2 Radio Factory ในปี 1969 และสินค้าชิ้นแรกคือวิทยุ “Red Lantern”.
นี่สำคัญมาก เพราะ DNA ของบริษัทตั้งแต่ต้นคือ

“ผลิตให้คนส่วนใหญ่ซื้อไหว” ไม่ใช่เริ่มจากพรีเมียม

2) สูตรชนะที่เรียบง่าย แต่โหด: “ทำให้ของดีพอ เข้าถึงได้

Hisense ไม่ได้เริ่มเกมด้วยการแข่งว่าใครภาพสวยสุดในห้องมืด
แต่เริ่มจากคำถามว่า:

นี่คือหัวใจของ “Disrupt แบบคุ้มค่า”
ทำให้แบรนด์ญี่ปุ่นที่ยึดพรีเมียมหนัก ๆ ติดกับดักว่า “ทำดีมาก แต่ราคาไปไกลคนส่วนใหญ่”

3) จุดที่หลายแบรนด์พลาด แต่ Hisense ทำ: Localization แบบไม่พูดเยอะ

ทีวีไม่ใช่แค่จอ—มันคือ “ของใช้ในบ้าน” ที่ต้องทนและเข้ากับสภาพแวดล้อม
แบรนด์ที่ชนะตลาดเกิดใหม่จำนวนมาก มักชนะด้วยรายละเอียดเช่น:

นี่คือสิ่งที่คนใช้รู้สึกได้ทันที และเกิด “ความคุ้มค่า” แบบบอกต่อ

4) เมื่อเกมเปลี่ยนเป็น Smart TV: คนที่เร็วเรื่องซอฟต์แวร์จะได้เปรียบ

ยุคสมาร์ททีวีทำให้ “ภาพดีอย่างเดียว” ไม่พอ
เพราะคนใช้ตัดสินจาก:

Hisense เร่งจับมือ ecosystem (OS/พาร์ทเนอร์คอนเทนต์) เพื่อขยายสเกล
ขณะที่หลายองค์กรสายฮาร์ดแวร์จะช้ากว่าโดยธรรมชาติ

5) ทางลัดที่โหดที่สุด: ซื้อ Toshiba/REGZA (2017) + ดีล Sharp America (2015)

5.1 ซื้อ Toshiba Visual Solutions / REGZA (2017)

Hisense ประกาศซื้อธุรกิจทีวี Toshiba (production/brand/R&D/operation) เมื่อ 14 พ.ย. 2017.
นี่คือ “ซื้อเครื่องยนต์แบรนด์” เพื่อพุ่งเข้าตลาดโลกแบบเร็ว โดยเฉพาะตลาดที่ผู้บริโภคยังเชื่อในแบรนด์ญี่ปุ่น

5.2 ดีล Sharp America (2015)

Hisense ทำดีลซื้อธุรกิจทีวีของ Sharp America สำหรับตลาดอเมริกาเหนือและใต้ มูลค่า $23.7 ล้าน ตามรายงาน.

Insight แบบ KlangTECH:
นี่คือการ “ซื้อความน่าเชื่อถือ + ช่องทางขาย” แล้วเอาความสามารถด้านต้นทุนของตัวเองเข้าไปขยาย

6) ผลลัพธ์ที่ช็อกญี่ปุ่น: Hisense Group 41.1% (รวม REGZA) ในปี 2024

มีรายงานข่าว (อ้าง Asahi Shimbun และบริษัทวิเคราะห์ตลาด BCN) ระบุว่าในตลาดทีวีญี่ปุ่น

นี่สะท้อนภาพใหญ่ยิ่งกว่า “แบรนด์ไหนชนะ” คือ

ตลาดที่เคยเป็นบ้านของแบรนด์ญี่ปุ่น กำลังเปลี่ยนโครงสร้างอำนาจแล้วจริง ๆ

บทเรียนธุรกิจจาก Hisense (เอาไปใช้ได้กับทุกอุตสาหกรรม)

  1. Disrupt ไม่จำเป็นต้อง “ล้ำสุด” แค่ทำให้เทคที่มีอยู่ “คุ้มกว่า” ก็ชนะได้
  2. ตลาดรากหญ้า/ชนชั้นกลางคือฐานกำลัง ที่พาแบรนด์โตแบบสะสมพลัง
  3. ความสำเร็จเก่าเป็นกับดัก โดยเฉพาะองค์กรที่ช้าเรื่องซอฟต์แวร์และ ecosystem
  4. ทางลัดที่ถูกต้อง คือ “ซื้อสิ่งที่คุณขาด” (แบรนด์/ช่องทาง/ความเชื่อมั่น) แล้วเอาจุดแข็งของตัวเองไปทับ

FAQ

Q: Hisense เริ่มต้นจากอะไร?
A: เริ่มจาก Qingdao No.2 Radio Factory (1969) และทำวิทยุแบรนด์ Red Lantern ก่อนขยายสู่ทีวี.

Q: Hisense ซื้อ REGZA/Toshiba TV เมื่อไหร่?
A: ประกาศซื้อธุรกิจทีวี Toshiba (ผ่าน Toshiba Visual Solutions) เมื่อ 14 พ.ย. 2017.

Q: Hisense เกี่ยวข้องกับ Sharp ในอเมริกายังไง?
A: มีรายงานว่าปี 2015 Hisense ทำดีลซื้อธุรกิจทีวีของ Sharp America สำหรับตลาดอเมริกาเหนือและใต้ มูลค่า $23.7 ล้าน.

Q: Hisense ส่วนแบ่งตลาดทีวีในญี่ปุ่นปี 2024 เท่าไหร่?
A: มีรายงานอ้าง BCN ผ่าน Asahi Shimbun ว่า Hisense Group (รวม REGZA) 41.1% ในปี 2024.