Sony Ericsson คือบริษัทร่วมทุนระหว่าง Sony และ Ericsson ที่ก่อตั้งขึ้นในปี 2001 หลัง Ericsson เผชิญวิกฤตจากปัญหาซัพพลายชิปและ Sony เองก็ไม่สามารถเจาะตลาดมือถือได้สำเร็จ จุดสูงสุดเกิดขึ้นจากการนำแบรนด์ Walkman และ Cyber-shot มาผสานกับมือถือ จนกลายเป็นผู้ผลิตมือถืออันดับ 4 ของโลกในปี 2007 ก่อนจะพ่ายแพ้เมื่อการแข่งขันเปลี่ยนจาก Hardware ไปสู่ Software และ Ecosystem
เส้นทางของบริษัทคือ:
Ericsson Crisis
↓
Sony + Ericsson
↓
T610
↓
Walkman + Cyber-shot
↓
ยอดขายสูงสุด
↓
iPhone
↓
Android
↓
การตัดสินใจล่าช้า
↓
Sony Mobile
จุดเริ่มต้นของ Sony Ericsson
ก่อนเกิด Sony Ericsson:
Ericsson
กำลังเผชิญวิกฤตครั้งใหญ่จากเหตุไฟไหม้โรงงานผลิตชิปของ Philips ในปี 2000
บริษัทพึ่งพาชิปจากโรงงานดังกล่าว แต่ประเมินความรุนแรงของปัญหาต่ำเกินไป
ขณะที่:
Nokia
รีบหา Supplier ใหม่และปรับการออกแบบวงจร
แต่ Ericsson รอการฟื้นตัวของ Supplier เดิม
ผลคือ:
Supply Chain Disruption
↓
ยอดขายหาย
↓
ขาดทุนหนัก
จนต้องหาทางออกจากธุรกิจมือถือ
Sony ก็มีปัญหาของตัวเอง
Sony มีความแข็งแกร่งด้าน:
- Electronics
- Music
- Camera
- Design
แต่ยังขาดความเชี่ยวชาญด้าน:
Telecommunications
จึงไม่สามารถเจาะตลาดมือถือได้สำเร็จ
สุดท้ายทั้งสองบริษัทจึงเลือก:
Joint Venture 50:50
และก่อตั้ง:
Sony Ericsson Mobile Communications
ในปี:
2001
ยุคทองของ Sony Ericsson
T610 จุดเริ่มต้นของการกลับมา
รุ่น:
T610
เปิดตัวในปี 2003
ใช้แนวคิด:
Minimalist Design
และประสบความสำเร็จอย่างมาก
จนกลายเป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์สำคัญที่ทำให้บริษัทเริ่มทำกำไร
Sony ใช้ “แบรนด์เดิม” สร้างมือถือใหม่
จุดแข็งสำคัญของ Sony Ericsson คือการนำ:
Brand Equity
จากธุรกิจเดิมของ Sony มาใช้กับมือถือ
เกิดเป็น:
Walkman Phone
และ:
Cyber-shot Phone
Walkman เปลี่ยนมือถือให้เป็นเครื่องเล่นเพลง
Sony Ericsson W800
เปิดตัวในปี:
2005
เป็นมือถือ Walkman ที่นำประสบการณ์ด้านเพลงของ Sony มาใส่ในโทรศัพท์
จุดขายคือ:
- เล่นเพลง
- เสียงคุณภาพสูง
- แบตเตอรี่ใช้งานได้นาน
- จัดการเพลงง่ายขึ้น
มือถือจึงไม่ได้เป็นเพียง:
โทรศัพท์
แต่กลายเป็น:
Music Player + Phone
Cyber-shot เปลี่ยนมือถือให้เป็นกล้อง
รุ่น:
K800i
นำเทคโนโลยี:
Cyber-shot
มาใส่ในโทรศัพท์
มี:
- กล้องคุณภาพสูง
- Flash
- Image Stabilization
ทำให้มือถือเริ่มเข้ามาแทนที่:
Compact Digital Camera
จุดสูงสุดของอาณาจักร
ในปี:
2007
Sony Ericsson มียอดขายประมาณ:
103.4 ล้านเครื่อง
และกลายเป็น:
ผู้ผลิตมือถืออันดับ 4 ของโลก
นี่คือช่วงที่บริษัทแข็งแกร่งที่สุด
แต่ในปีเดียวกัน:
Steve Jobs เปิดตัว iPhone
และกติกาของตลาดกำลังเปลี่ยนไป
iPhone เปลี่ยนสนามแข่งจาก Hardware เป็น Software
โลกมือถือก่อน iPhone:
Design
Camera
Music
Hardware
หลัง iPhone:
Operating System
Software
Touch Interface
App Ecosystem
Sony Ericsson ยังคงพึ่งพา:
Symbian
และ:
Proprietary Firmware
ซึ่งเริ่มตามหลังคู่แข่ง
Xperia X1 คือการตอบโต้ที่พลาด
Sony Ericsson พยายามกลับเข้าสู่ตลาด Smartphone ด้วย:
Xperia X1
ในปี:
2008
แต่ตัดสินใจใช้:
Windows Mobile 6.1
และให้:
HTC
เป็นผู้ผลิต
ปัญหาคือระบบ:
ช้า + ใช้งานยาก + ไม่สามารถแข่งขันกับประสบการณ์ของ iPhone ได้
ปัญหาที่ร้ายแรงกว่าคือ “สองหัว”
การเป็น Joint Venture ทำให้เกิด:
Two-company Decision Making
Sony มีมุมมองหนึ่ง
Ericsson มีอีกมุมมองหนึ่ง
และต้องตัดสินใจร่วมกัน
คำถามสำคัญคือ:
Symbian?
หรือ:
Windows Mobile?
หรือ:
Android?
ขณะที่บริษัทกำลังถกเถียง:
คู่แข่งกำลังวิ่ง
Android มาถึง แต่ Sony Ericsson มาช้า
Sony Ericsson เปิดตัว:
Xperia X10
ในปี:
2010
แต่ใช้:
Android 1.6
ในช่วงที่คู่แข่งกำลังพัฒนาไปไกลกว่า
ปัญหาจึงไม่ใช่แค่:
Hardware
แต่คือ:
Speed of Execution
จากบริษัทมือถือสู่ Sony Mobile
Sony Ericsson ขาดทุนต่อเนื่อง:
7 ไตรมาส
ยอดขายลดลงเหลือประมาณ:
12.5 ล้านเครื่องในปี 2011
สุดท้าย:
Sony
ซื้อหุ้นครึ่งหนึ่งของ Ericsson
ด้วยมูลค่าประมาณ:
1,000 ล้านยูโร
และควบรวมเสร็จในปี:
2012
เปลี่ยนชื่อเป็น:
Sony Mobile Communications
เป็นการปิดฉาก Joint Venture กว่า 10 ปี
ทำไม Sony Ericsson ถึงแพ้?
1. Supply Chain ทำให้ Ericsson อ่อนแอตั้งแต่ต้น
เหตุไฟไหม้เพียงไม่กี่นาที:
Supplier หยุดผลิต
↓
Ericsson ขาดชิป
↓
ส่งสินค้าไม่ได้
↓
ธุรกิจมือถือเสียหาย
บทเรียนคือ:
Supply Chain Resilience สำคัญพอ ๆ กับตัวผลิตภัณฑ์
2. จุดแข็งด้าน Hardware กลายเป็นกับดัก
Sony Ericsson เก่ง:
Design + Camera + Music
แต่ตลาดเปลี่ยนไปแข่งขันที่:
Software + Ecosystem
3. Joint Venture ทำให้ตัดสินใจช้า
เมื่อ:
Sony + Ericsson
ต้องตกลงทุกเรื่อง
ความเร็วในการตัดสินใจจึงลดลง
4. ใช้เวลาเปลี่ยน Technology นานเกินไป
ในโลกมือถือ:
1 ปี
อาจหมายถึง:
หนึ่ง Generation
ดังนั้นการมาถึงของ Android ที่ช้ากว่าคู่แข่งจึงสร้างความเสียหายอย่างมาก
บทเรียนธุรกิจจาก Sony Ericsson
1. แบรนด์แข็งแรงไม่ได้แปลว่าจะชนะ
Walkman และ Cyber-shot ทำให้ Sony Ericsson เติบโต
แต่:
Brand ≠ Technology Moat
2. Product ที่ดีที่สุดวันนี้อาจไม่ใช่ Product ที่ดีที่สุดพรุ่งนี้
มือถือของ Sony Ericsson เคย:
สวย + เสียงดี + กล้องดี
แต่เมื่อ Interface เปลี่ยน:
จุดแข็งเดิมมีมูลค่าลดลง
3. Speed เป็น Competitive Advantage
คู่แข่งที่:
ตัดสินใจเร็วกว่า
สามารถชนะบริษัทที่:
มีทรัพยากรมากกว่า
ได้
4. Joint Venture ต้องมีผู้ตัดสินใจที่ชัดเจน
หาก:
สองบริษัทถืออำนาจเท่ากัน
แต่ไม่มี:
Final Decision Maker
อาจเกิด:
Decision Paralysis
5. Ecosystem สามารถชนะ Hardware
iPhone ไม่ได้ชนะเพราะ:
กล้องดีที่สุด
หรือ:
เสียงดีที่สุด
แต่ชนะด้วย:
Hardware + OS + Apps + Developer Ecosystem
FAQ
Q1: Sony Ericsson คืออะไร?
A: Sony Ericsson เป็นบริษัทร่วมทุน 50:50 ระหว่าง Sony และ Ericsson ก่อตั้งขึ้นในปี 2001 เพื่อพัฒนาธุรกิจโทรศัพท์มือถือร่วมกัน
Q2: Sony Ericsson ดังจากอะไร?
A: บริษัทประสบความสำเร็จอย่างมากจากการนำแบรนด์ Walkman และ Cyber-shot ของ Sony มาสร้างเป็นมือถือ ทำให้โดดเด่นด้านเพลงและกล้อง
Q3: Sony Ericsson เคยใหญ่แค่ไหน?
A: ตามข้อมูล ในปี 2007 บริษัทขายมือถือได้ประมาณ 103.4 ล้านเครื่อง และเป็นผู้ผลิตมือถืออันดับ 4 ของโลก
Q4: ทำไม Sony Ericsson ถึงแพ้ iPhone?
A: เพราะตลาดเปลี่ยนจากการแข่งขันด้าน Hardware ไปสู่ Software, Touch Interface และ Ecosystem ขณะที่ Sony Ericsson ปรับตัวด้านระบบปฏิบัติการและแพลตฟอร์มได้ช้ากว่า
Q5: Xperia X1 ใช้ระบบอะไร?
A: Xperia X1 ใช้ Windows Mobile 6.1 และถูกผลิตโดย HTC ตามข้อมูล
Q6: Sony Ericsson เริ่มใช้ Android เมื่อไหร่?
A: บริษัทเปิดตัว Xperia X10 ซึ่งเป็น Android Smartphone ในปี 2010 แต่ใช้ Android 1.6 และตามหลังคู่แข่งด้านแพลตฟอร์ม
Q7: Sony ซื้อ Ericsson ออกเมื่อไหร่?
A: Sony ซื้อหุ้น 50% ที่ Ericsson ถืออยู่ในปี 2011 และการควบรวมเสร็จในปี 2012 ก่อนเปลี่ยนชื่อเป็น Sony Mobile Communications