Lotus 1-2-3 คืออะไร และทำไมเคยเป็นซอฟต์แวร์ที่สำคัญที่สุดในโลกธุรกิจ?
Lotus 1-2-3 คือโปรแกรม Spreadsheet ที่เปลี่ยนคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลจากเครื่องมือราคาแพงให้กลายเป็นอุปกรณ์จำเป็นในสำนักงานยุค 1980 โดยเป็นหนึ่งในเหตุผลสำคัญที่ทำให้บริษัทต่าง ๆ ยอมลงทุนซื้อ IBM PC
ก่อนมี Lotus 1-2-3 คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลยังถูกมองว่าเป็นเพียงเครื่องมือสำหรับนักเทคนิค แต่เมื่อโปรแกรมนี้เปิดตัวในปี 1983 มันทำให้ผู้บริหารและพนักงานออฟฟิศเห็นคุณค่าของคอมพิวเตอร์ในฐานะเครื่องมือเพิ่มประสิทธิภาพทางธุรกิจ
จุดแข็งของ Lotus 1-2-3 คือการรวม 3 ความสามารถไว้ในโปรแกรมเดียว:
- Spreadsheet
- Graph
- Database
จึงเป็นที่มาของชื่อ:
Lotus 1-2-3
ในช่วงรุ่งเรือง:
- ครองตลาด Spreadsheet กว่า 70%
- ครองตลาดบริษัทใหญ่ในสหรัฐฯ ถึง 85%
- สร้างรายได้หลายร้อยล้านดอลลาร์
แต่ความผิดพลาดด้านกลยุทธ์ทำให้บริษัทที่เคยเป็นผู้นำ ต้องสูญเสียบัลลังก์ให้กับ:
Microsoft Excel
จุดกำเนิด Lotus 1-2-3 และการเปลี่ยนโลกสำนักงาน
วันที่ 26 มกราคม 1983 กับการเปิดตัวซอฟต์แวร์แห่งยุค
วันที่:
26 มกราคม 1983
ณ เมืองเคมบริดจ์ รัฐแมสซาชูเซตส์
Mitch Kapor ผู้ก่อตั้ง Lotus Development Corporation ส่งมอบ:
Lotus 1-2-3
เวอร์ชันแรกให้กับลูกค้า
ในเวลานั้น:
- Apple II เริ่มได้รับความนิยม
- IBM PC เพิ่งเข้าสู่ตลาด
- โปรแกรม VisiCalc เป็น Spreadsheet รุ่นแรกที่สร้างแนวคิดตลาดนี้
แต่ปัญหาคือ:
บริษัทต่าง ๆ ยังถามว่า:
“ซื้อคอมพิวเตอร์ราคาแพงไปทำไม?”
Lotus 1-2-3 กลายเป็นคำตอบ
เพราะมันทำให้คอมพิวเตอร์สามารถ:
- วิเคราะห์ตัวเลข
- ทำงบประมาณ
- สร้างรายงาน
- วางแผนธุรกิจ
Lotus 1-2-3 กลายเป็นเหตุผลที่ธุรกิจซื้อ IBM PC
จากของเล่นราคาแพง สู่เครื่องมือทำงาน
ก่อน Lotus:
คอมพิวเตอร์ = เครื่องมือสำหรับผู้เชี่ยวชาญ
หลัง Lotus:
คอมพิวเตอร์ = เครื่องมือประจำโต๊ะทำงาน
บริษัทจำนวนมากซื้อ IBM PC เพราะต้องการใช้ Lotus 1-2-3
นี่เป็นตัวอย่างคลาสสิกของ:
Killer Application
หรือโปรแกรมที่ทำให้คนต้องซื้อ Hardware
ยุคทองของ Lotus 1-2-3
การเติบโตที่เหนือความคาดหมาย
แผนเดิม:
ยอดขายปีแรกประมาณ:
3-4 ล้านดอลลาร์
แต่ความจริง:
รายได้ปีแรก:
53 ล้านดอลลาร์
ยอดขาย:
กว่า
175,000 ชุด
ภายใน 12 เดือน
ปี 1986:
รายได้บริษัทพุ่งขึ้นถึง:
275 ล้านดอลลาร์
Lotus กลายเป็น:
หนึ่งในบริษัทซอฟต์แวร์อิสระที่ใหญ่ที่สุดในโลก
กำแพงป้องกันที่แข็งแกร่งของ Lotus
Switching Cost ที่ Microsoft ยังเจาะไม่ได้
Lotus ไม่ได้มีเพียง Software
แต่มี:
Ecosystem ของผู้ใช้งาน
พนักงานบริษัทจำนวนมาก:
- ผ่านการอบรม Lotus
- จำ Shortcut ได้
- มีไฟล์งานจำนวนมหาศาล
ตัวอย่าง:
การกด:
/
เพื่อเปิดเมนูคำสั่ง
กลายเป็น:
Muscle Memory
ของผู้ใช้งาน
ดังนั้นองค์กรไม่อยากเปลี่ยนระบบ
เพราะต้นทุนเปลี่ยนสูงมาก
จุดเริ่มต้นของความพ่ายแพ้ – 3 การตัดสินใจผิดพลาด
ความผิดพลาดที่ 1 – รื้อโค้ดใหม่จาก Assembly เป็น C
เมื่อความต้องการปรับปรุง กลายเป็นกับดัก
เดิม Lotus 1-2-3 เขียนด้วย:
Assembly Language
ข้อดี:
- เร็วมาก
- ปรับแต่งเฉพาะ IBM PC
- ใช้ทรัพยากรน้อย
แต่ผู้บริหารต้องการ:
- รองรับหลายระบบ
- ขยายอนาคต
จึงตัดสินใจ:
เขียนใหม่ทั้งหมดด้วยภาษา C
ผลลัพธ์:
- โครงการล่าช้า
- ใช้ทรัพยากรมากขึ้น
- โปรแกรมใหญ่ขึ้น
- ประสิทธิภาพลดลง
ขณะที่ Lotus กำลังสร้างใหม่:
คู่แข่งกำลังเดินหน้า
ความผิดพลาดที่ 2 – เดิมพันผิดกับ OS/2
เมื่อ Lotus เลือกอนาคตผิดฝั่ง
Jim Manzi ผู้บริหาร Lotus ตัดสินใจสนับสนุน:
OS/2
ระบบปฏิบัติการที่พัฒนาร่วมโดย:
- IBM
- Microsoft
เหตุผล:
ต้องการรักษาความสัมพันธ์กับ IBM
แต่ปัญหาคือ:
ขณะที่ Lotus ทุ่มทรัพยากรกับ OS/2
Microsoft กำลังพัฒนา:
Windows 3.0
ปี 1990:
Windows 3.0 เปิดตัว
และกลายเป็นมาตรฐานใหม่ของตลาด
Microsoft Excel ซึ่งถูกออกแบบมาสำหรับ Windows ตั้งแต่ต้น
จึงได้เปรียบอย่างมหาศาล
ความผิดพลาดที่ 3 – เสียเวลาไปกับสงครามกฎหมาย
เมื่อพลังงานถูกใช้ผิดสนาม
Lotus เลือกฟ้องร้องคู่แข่งเรื่อง:
- รูปแบบเมนู
- Shortcut
- Interface
คดีลากยาว
กินเวลาและทรัพยากรจำนวนมาก
ในขณะที่:
Microsoft กำลังสร้าง Ecosystem ใหม่
บทเรียน:
บริษัทที่กำลังถูก Disrupt ไม่ควรใช้เวลาทั้งหมดต่อสู้กับอดีต
Microsoft Excel ก้าวขึ้นเป็นผู้ชนะ
ประสบการณ์ GUI ที่เหนือกว่า
Microsoft มีประสบการณ์ด้าน:
Graphical User Interface
จากการพัฒนาซอฟต์แวร์บน Macintosh
ทำให้ Excel มี:
- หน้าตาทันสมัยกว่า
- ใช้งานด้วยเมาส์ง่ายกว่า
- เหมาะกับ Windows
การล่มสลายของ Switching Cost
เมื่อองค์กรเปลี่ยนไป Windows
เดิม:
องค์กรไม่อยากเปลี่ยนจาก Lotus
เพราะต้องฝึกพนักงานใหม่
แต่เมื่อ Windows กลายเป็นมาตรฐาน:
บริษัทต้องฝึกใหม่อยู่แล้ว
คำถามจึงเปลี่ยนเป็น:
ถ้าต้องเรียนใหม่อยู่แล้ว ทำไมไม่เลือก Excel?
ไม้ตาย Microsoft Office
การรวม Word Excel PowerPoint
Microsoft ใช้กลยุทธ์:
Bundle Strategy
รวม:
- Word
- Excel
- PowerPoint
เป็น:
Microsoft Office
ธุรกิจที่ซื้อ Office อยู่แล้ว:
ได้รับ Excel มาด้วย
จึงไม่มีเหตุผลซื้อ Spreadsheet แยกจาก Lotus อีกต่อไป
จุดจบของ Lotus 1-2-3
IBM เข้าซื้อกิจการ
ปี:
1995
IBM ซื้อ Lotus
มูลค่า:
3,500 ล้านดอลลาร์
แต่เป้าหมายหลัก:
ไม่ใช่ Lotus 1-2-3
แต่คือ:
Lotus Notes
ระบบสื่อสารองค์กร
Lotus 1-2-3 จึงค่อย ๆ ถูกลดความสำคัญ
ปี:
2014
ยุติการสนับสนุนอย่างเป็นทางการ
มรดกของ Lotus ที่ยังอยู่ใน Excel
แม้ Lotus 1-2-3 จะหายไป
แต่แนวคิดจำนวนมากยังอยู่ใน Excel เช่น:
- การอ้างอิง Cell แบบ A1
- ฟังก์ชันด้วยเครื่องหมาย
@ - Shortcut Keyboard
- แนวคิด Spreadsheet Business Model
กล่าวได้ว่า:
Excel ในปัจจุบันยังมี DNA จาก Lotus 1-2-3
บทเรียนธุรกิจจาก Lotus 1-2-3
1. ผู้นำตลาดไม่ได้แปลว่าจะชนะตลอดไป
Lotus มี:
- ลูกค้า
- แบรนด์
- Market Share
แต่แพ้เพราะมองอนาคตผิด
2. Platform สำคัญกว่าผลิตภัณฑ์
Lotus สร้างโปรแกรมที่ดีที่สุด
แต่ Microsoft สร้าง Platform ที่คนต้องใช้
3. อย่าปกป้องอดีตจนพลาดอนาคต
การรักษาสิ่งที่เคยทำให้สำเร็จ
อาจกลายเป็นสิ่งที่ขัดขวางการเติบโต
FAQ
Q1: Lotus 1-2-3 คืออะไร?
A: Lotus 1-2-3 คือโปรแกรม Spreadsheet สำหรับธุรกิจที่เปิดตัวในปี 1983 และเคยเป็นซอฟต์แวร์สำนักงานที่ได้รับความนิยมสูงที่สุดในโลก
Q2: ทำไม Lotus 1-2-3 ถึงประสบความสำเร็จ?
A: เพราะรวม Spreadsheet, Graph และ Database ในโปรแกรมเดียว และกลายเป็นเหตุผลสำคัญที่ธุรกิจซื้อ IBM PC
Q3: ทำไม Microsoft Excel ถึงชนะ Lotus?
A: เพราะ Excel ถูกสร้างมาสำหรับ Windows มี GUI ที่ดีกว่า และได้รับแรงหนุนจาก Microsoft Office Bundle
Q4: Lotus ล่มสลายเพราะอะไร?
A: เกิดจากการตัดสินใจผิดด้านเทคโนโลยี เช่น การเดิมพัน OS/2 การเขียนระบบใหม่ และการปรับตัวช้า