Nokia: จาก “ราชาโทรศัพท์” สู่ “ผู้อยู่เบื้องหลังอินเทอร์เน็ตโลก”

ถ้าคุณยังจำ Nokia ในฐานะ “มือถือทน ๆ แบตอึด ๆ” ได้…คุณจำถูกแค่ครึ่งเดียว

เพราะ Nokia เวอร์ชันปัจจุบัน ไม่ได้แข่งที่ “มือถือ” แล้ว
แต่แข่งที่ “โครงสร้างพื้นฐาน” และ “สิทธิบัตรมาตรฐาน” ที่ทำให้โลกทั้งใบต้องเชื่อมต่อกันได้

Nokia เกิดใหม่ได้เพราะขายธุรกิจมือถือ แต่เก็บ “สินทรัพย์จริง” ไว้ ได้แก่ (1) ธุรกิจเครือข่ายโทรคมนาคม และ (2) คลังสิทธิบัตรจำนวนมาก โดย Nokia ระบุว่ามีพอร์ตสิทธิบัตรราว 26,000 patent families และมี มากกว่า 8,000 patent families ที่ประกาศว่าเป็นสิทธิบัตรจำเป็นต่อมาตรฐาน 5G (SEPs).
หลังยุคมือถือ Nokia ยังเดินหมากใหญ่ด้วยดีลรวม Alcatel-Lucent ที่ประเมินมูลค่า €15.6B และล่าสุดรุก “AI ฝังในเครือข่าย” ผ่านความร่วมมือ AI-RAN กับ NVIDIA เพื่อพัฒนาเครือข่ายสู่ยุค 5G-Advanced/6G.

1) จุดเริ่มต้น: จากโรงงานกระดาษปี 1865 → สู่บริษัทเทคระดับโลก

Nokia เริ่มต้นในปี 1865 จากกิจการโรงงานกระดาษในฟินแลนด์ ก่อนขยายและรวมกิจการจนกลายเป็น Nokia Corporation ในเวลาต่อมา.

Insight: บริษัทอายุเกิน 150 ปีรอดมาได้ไม่ใช่เพราะ “เก่งครั้งเดียว” แต่เพราะ “เปลี่ยนตัวเองได้หลายรอบ”

2) ทำไม Nokia ถึงล้มในเกมมือถือ (และทำไมหลายบริษัทยังล้มเหมือนเดิม)

ยุคปี 2000 Nokia คือมหาอำนาจมือถือ
แต่การมาของ iPhone และ Android เปลี่ยนเกมจาก “ฮาร์ดแวร์” → เป็น “ซอฟต์แวร์ + Ecosystem”

บทเรียนที่โหดที่สุดของ Nokia คือ

จุดเปลี่ยนเชิงธุรกิจคือดีลขายธุรกิจมือถือให้ Microsoft ในปี 2013 (ดีลนี้ Microsoft ประกาศทางการ).

3) การเกิดใหม่: Nokia เก็บ “ของมีค่า” ไว้ แล้วทุ่มสร้างตัวตนใหม่

สิ่งที่ Nokia ทำได้ฉลาดมากคือ
ขายสิ่งที่กำลังแพ้ แต่ เก็บสิ่งที่เป็นโครงสร้างพื้นฐานของโลก ไว้

3 เสาหลักที่ทำให้ Nokia กลับมาทำเงิน

(1) Networks Business: “เจ้าของท่อ” ที่โลกต้องใช้

ไม่ว่าจะเป็นโครงข่ายมือถือ/ไฟเบอร์/อินเทอร์เน็ตความเร็วสูง/ดาต้าเซ็นเตอร์—นี่คือระบบที่ประเทศและโอเปอเรเตอร์ต้องลงทุนต่อเนื่อง

(2) Cloud + ซอฟต์แวร์เครือข่าย: ขาย “สมอง” ให้โครงข่าย

ยุคใหม่เครือข่ายไม่ได้จบที่วางอุปกรณ์ แต่จบที่ “บริหารเครือข่ายให้ฉลาด/เสถียร/คุ้มทุน” ด้วยซอฟต์แวร์

(3) สิทธิบัตร (IP/SEP): รายได้ที่คนมองไม่เห็น แต่โคตรหนักแน่น

Nokia ระบุว่ามีพอร์ตสิทธิบัตรราว 26,000 patent families และมี มากกว่า 8,000 patent families ที่ประกาศเป็น 5G SEPs.
นี่คือโมเดลรายได้ที่ใกล้เคียง “เก็บค่าผ่านทาง” จากมาตรฐาน—ใครจะทำอุปกรณ์/ระบบที่รองรับ 5G ก็ต้องคุยเรื่องไลเซนส์

4) เดินหมากใหญ่: ซื้อ Alcatel-Lucent เพื่ออัปเกรดเป็น “โครงสร้างพื้นฐานครบวงจร”

ดีลรวมกิจการ Nokia–Alcatel-Lucent ถูกประเมินมูลค่า €15.6B (ประกาศโดย Nokia เอง).
หมากนี้ทำให้ Nokia เสริมพอร์ตโฟลิโอและขยายความสามารถด้านโครงข่ายทั่วโลก

5) อนาคต: เมื่อเครือข่ายต้อง “คิดเอง” — Nokia ขยับสู่ AI-RAN

Nokia และ NVIDIA ประกาศความร่วมมือเชิงกลยุทธ์เพื่อผลักดัน AI-RAN และเตรียมสู่เครือข่ายยุค 5G-Advanced/6G.
แนวคิดใหญ่คือ “ฝัง AI ลงไปใน RAN” เพื่อให้เครือข่าย:

มุม KlangTECH: นี่คือภาพเดียวกับโลก “Agentic AI”
จากซอฟต์แวร์ที่รอคนสั่ง → ไปสู่ระบบที่ “รับรู้–ตัดสินใจ–จัดการตัวเอง” ได้

FAQ

Q: Nokia ทำเงินจากอะไรในปัจจุบัน?
A: แกนหลักคือธุรกิจเครือข่าย + ซอฟต์แวร์/บริการเครือข่าย + รายได้จากสิทธิบัตร โดย Nokia ระบุว่ามีพอร์ตสิทธิบัตรราว 26,000 patent families และมี 5G SEPs จำนวนมาก.

Q: Nokia ซื้อ Alcatel-Lucent ทำไม?
A: เพื่อยกระดับเป็นผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคมที่ครอบคลุมขึ้น โดยดีลถูกประเมินมูลค่า €15.6B.

Q: AI-RAN คืออะไร?
A: คือแนวทางนำ AI เข้ามาทำงานระดับโครงข่ายวิทยุ (RAN) เพื่อยกระดับ 5G-Advanced/6G ซึ่ง Nokia ร่วมพัฒนากับ NVIDIA.